กรมชลฯรุกสร้างเครือข่ายบริหารจัดการน้ำขยายผลด้านการมีส่วนร่วมลงสู่เกษตรกร

25 เมษายน 2552 กรมชลประทานได้ฤกษ์เปิดโครงการ อาสาสมัครชลประทาน ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นำร่อง 80 คน ในพื้นที่ 17 โครงการชลประทานขนาดกลาง ในปี 53 ตั้งเป้า 2,000 คน พร้อมเร่งขยายผลเต็มพื้นที่ชลประทาน 6 ล้านไร่ ใน 2-3 ปีข้างหน้า มั่นใจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลประทานได้จัดตั้ง อาสาสมัครชลประทานขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับกลุ่มผู้ใช้น้ำและเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ของโครงการชลประทาน ในการช่วยเหลือผู้นำองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน ในการสำรวจ และรวบรวมความต้องการ การเพาะปลูกของเกษตรกรในช่วงก่อนถึงฤดูกาลเพาะปลูก ตลอดจนร่วมประชุมวางแผนกำหนดพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ และการส่งน้ำชลประทานให้พื้นที่การเกษตร

สำหรับผู้ที่จะมาเป็นอาสาสมัครชลประทานได้นั้น จะให้กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ซึ่งจะต้องเป็นเกษตรกรที่มีอาชีพสุจริต เสียสละ และอยู่ในเขตพื้นที่กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานนั้นๆ โดยมีขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 2,500-3,000 ไร่ต่ออาสาสมัคร 1 คน ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนจากกรมชลประทานแบบเหมาจ่ายตามความเหมาะสมโดยในปี 2552 กรมชลประทานได้ตั้งเป้าหมายให้กลุ่มผู้ใช้น้ำที่มีความพร้อมคัดเลือกอาสาสมัครชลประทานนำร่อง ในพื้นที่สำนักชลประทานที่ 1-17 ที่เป็นโครงการขนาดกลางรวม 17 โครงการจำนวน 80 คนเป็นรุ่นแรก ในปี 2553 จะขยายไปสู่พื้นที่โครงการขนาดใหญ่ โดยจะมีอาสาสมัครชลประทานเพิ่มขึ้นอีก 1,200 คน จากนั้นก็จะขยายผลให้เต็มพื้นที่กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน ประมาณ 6.0 ล้านไร่ หรือประมาณ 2,000 คน ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะใช้งบประมาณเป็นค่าตอบแทนปีละ 28.80 ล้านบาท

อธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า อาสาสมัครชลประทาน จะเป็นกำลังสำคัญของกรมชลประทาน ที่จะทำให้เกษตรกรรู้คุณค่าของน้ำ และใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งจะทำให้องค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานมีความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ขอบเขตของกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนจะทำให้กรมชลประทานสามารถเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ได้ตรงกับความต้องการของเกษตรได้อย่างแท้จริง โดยในวันที่ 25 เมษายน 2552 ได้จัดงานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ มีเกษตรกรเข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน