รองอธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่จ.กำแพงเพชร-พิจิตรติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาการส่งน้ำจากแม่น้ำปิงช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกบริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำยม ล่าสุดเกษตรกรได้รับน้ำเพียงพอแล้ว

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2552 นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา และนาย มงคล วิเชียรชิต รองอธิบดีฝ่ายบริหาร พร้อมคณะเดินทางติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการส่งน้ำจากแม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกบริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำยม จังหวัดพิจิตร ภายหลังเกษตรกรที่รับน้ำจากโครงการวังบัวในพื้นที่ตำบลหนองโสน และตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ล่าสุดกรมชลประทานดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทำให้เกษตรกรทั้ง 2 ตำบลได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว

สำหรับปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ดังกล่าวนั้น เกิดจากการขยายพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรเพิ่มขึ้นประมาณ 3-4 เท่าตัว จากเดิมที่เกษตรกรได้มาลงทะเบียนแจ้งความจำนงขอรับการสนับสนุนน้ำสำหรับทำนาปรังในฤดูแล้ง ปี 2551/2552ไว้กับโครงการชลประทานกำแพงเพชร อีกทั้งเกษตรกรในพื้นที่บางคนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ผู้นำกลุ่มได้ตกลงร่วมกันในการกำหนดรอบเวรการใช้น้ำ ประกอบกับมีการขุดคลองแยกซอย จากคลองสายหลักเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีอาคารควบคุมปากคลอง และยังมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ฝายประชาอาสา ฝายคอนกรีต ทำนบดิบ ทำให้การส่งน้ำไปยังปลายคลองช้าเป็นไปด้วยความล่าช้า

การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะเร่งด่วนโครงการชลประทานกำแพงเพชร และโครงการชลประทานพิจิตรนำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่สูบน้ำและรถนาคสูบระบายน้ำไปช่วยพื้นที่ด้านท้ายคลอง และดำเนินการลดปริมาณการรับน้ำเข้าโครงการวังยางเพื่อนำปริมาณน้ำที่ลดลงมาเสริมให้โครงการวังบัว 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยให้มีปริมาณน้ำให้ไหลไปปลายคลองเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ยังลดบานระบายน้ำท่อระบายน้ำกลางคลองส่งน้ำสายใหญ่เพื่อให้ปริมาณน้ำไหลเข้าคลองซอย (คลองหนองคล้า-รังนก) เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ในส่วนของการบริหารการสูบน้ำจากคลองส่งน้ำไปใช้ จังหวัดพิจิตรได้ จัดประชุมเพื่อหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยมีมติให้เกษตรกรที่ใช้น้ำจากคลองซอย (คลองหนองคล้า-รังนก) งดการสูบน้ำขึ้นไปใช้เป็นระยะเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 17 – 20 มีนาคม 2552 เพื่อให้น้ำไปถึงปลายคลองในเขตตำบลเนินปอก่อน หลังจากนั้นเกษตรกรที่อยู่ต้นคลองและกลางคลองจึงสามารถสูบน้ำไปใช้ได้ตามปกติ ภายหลังจากการตรวจเยี่ยมของคณะผู้บริหารกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวได้รับน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นแล้ว