กรมชลฯ แจงน้ำปี 52 เพียงพอสำหรับปลูกพืชฤดูแล้งปี 51/52 แน่นอน

รองอธิบดีกรมชลประทาน แจงน้ำปี 52 น้อยกว่า ปี 51 แต่เพียงพอสำหรับการจัดสรรเพื่อการปลูกพืชฤดูแล้งแน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่ดี

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการ ประชุมเพื่อชี้แจงแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประจำปี 2551/2552 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 ว่าคณะอนุกรรมการวางแผนและส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง ได้กำหนดคาดการณ์พื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ในปี 2551/52 ทั้งประเทศไว้จำนวน 14.41 ล้านไร่ โดยแยกเป็นข้าวนาปรัง จำนวน 11.61 ล้านไร่ และพืชไร่-ผัก จำนวน 2.80 ล้านไร่ และการจัดประชุมครั้งนี้จึงเป็นแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยานำไปพัฒนาการปลูกพืชฤดูแล้ง การบริหารจัดการน้ำ และการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551ที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 29 แห่ง มีปริมาณน้ำ 56,218 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 82 ของความจุของอ่างเก็บน้ำทั้งหมด ซึ่งปริมาณน้ำส่วนใหญ่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ถึงจะน้อยกว่าปี 2550 ประมาณ 3,930 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ6.88 แต่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนี้ ยังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้น้ำ อีกทั้งปริมาณน้ำในคลองสายต่างๆยังมีอยู่จำนวนมาก จึงช่วยลดการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำได้อีกทางหนึ่ง ประกอบกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้คาดการณ์พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังปี 2552 ว่าจะมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 10.896 ล้านไร่ เมื่อเทียบกับปี 2551 จะลดลงคิดเป็นร้อยละ 14.88 เนื่องจากเป็นการลดลงของพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังนอกเขตชลประทาน และข้าวนาปรังรอบ 2 ทั้งในและนอกเขตชลประทาน อีกทั้งราคาข้าวอาจจะมีแนวโน้มที่ลดต่ำลงจึงไม่จูงใจให้ขยายพื้นที่เพาะปลูก ดังนั้นปริมาณน้ำปีนี้จึงเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในปี 51/52 แน่นอน

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำและพื้นที่เป้าหมายการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2551/52 ในเขตโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ได้กำหนดแผนการใช้น้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง และกิจกรรมการใช้น้ำต่างๆในปริมาณ 21,435 ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ชลประทานประมาณ 13.18 ล้านไร่