สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดการเริ่มเก็บกักน้ำเขื่อนแควน้อยฯ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ พระราชดำเนินทรงเปิดการเริ่มเก็บกักน้ำเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี คณะองคมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายธีระ วงศ์สมุทร อธิบดีกรมชลประทาน เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน รวมทั้งประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ หัวงานเขื่อนแควน้อย บ้านคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

 

นาย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถวาย รายงานสรุปความว่า โครงการเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาความเหมาะสมของโครงการและทรงติดตามความก้าวหน้าของโครงการมาโดยตลอด โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2525 ครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนนเรศวร อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำแควน้อยโดยเร่งด่วน เพื่อเก็บกักน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และบรรเทาอุทกภัยในเขตลุ่มน้ำแควน้อยตอนล่าง ตลอดจนเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการชลประทานเจ้าพระยา

นายธีระ วงศ์สมุทร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการเขื่อนแควน้อยฯว่า เป็นโครงการ กรมชลประทานรับสนองพระราชดำริโดยได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบในด้านป่าไม้   ประมง  สังคม เศรษฐกิจ  และการชดเชยพื้นที่อพยพมาตั้งแต่ปี 2540 และได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 ปัจจุบัน เขื่อนแควน้อยฯก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถเก็บกักน้ำได้แล้ว เป็นอ่างเก็บน้ำเอนกประสงค์ขนาดใหญ่   ตั้งอยู่ที่บ้านคันโช้ง ตำบลคันโช้ง  อำเภอวัดโบสถ์  จังหวัดพิษณุโลก  ประกอบด้วย  3  เขื่อนติดต่อกัน  คือ เขื่อนแควน้อยลักษณะเป็นเขื่อนหินถมดาดคอนกรีตความสูง 75  เมตร  ยาว  681  เมตร เขื่อนสันตะเคียนลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว ความสูง 80 เมตร ยาว 1,270 เมตร และเขื่อนปิดช่องเขาต่ำลักษณะเป็นเขื่อนดิน ความสูง  16  เมตร  ยาว  640  เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ 769 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีพร้อมอาคารประกอบ ได้แก่ อาคารระบายน้ำล้น เพื่อระบายน้ำออกจากเขื่อนเมื่อระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำสูงถึงระดับเก็บกัก   ท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิม  เพื่อระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำลงสู่ลำน้ำธรรมชาติด้านท้ายเขื่อน และก่อสร้างเขื่อนทดน้ำพญาแมนในลำน้ำแควน้อยที่ บ้านพญาแมน  อำเภอวัดโบสถ์  จังหวัดพิษณุโลก  เพื่อทดน้ำในลำน้ำแควน้อยเข้าสู่คลองชลประทานเพื่อกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร

สำหรั บการก่อสร้างโครงการเขื่อนแควน้อยฯ กรมชลประทานได้กำหนดระยะเวลา ดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 - 2554 รวมระยะเวลา 9 ปี ใช้งบประมาณ   8,881  ล้านบาท ที่ผ่านมากรมชลประทานได้ปรับแผนการก่อสร้างตลอดเวลาเพื่อให้การก่อสร้างเร็วขึ้น ขณะนี้เหลือเฉพาะการก่อสร้างในส่วนระบบชลประทาน  เพื่อกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร และโครงการเขื่อนแควน้อยฯ จะแล้วเสร็จทั้งโครงการภายในปี 2554 ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน

สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการเขื่อนแควน้อยฯ นั้น จะช่วยบรรเทาอุทกภัยโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแควน้อยตอนล่างประมาณ  75,000  ไร่  ในเขตอำเภอวัดโบสถ์  อำเภอเมือง  อำเภอวังทอง  และอำเภอบางกระทุ่ม  จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนพื้นที่ชลประทานบริเวณฝั่งซ้ายและขวาในเขตโครงการแควน้อยทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง จำนวน  155, 166 ไร่ และส่งน้ำเสริมให้กับพื้นที่การเพาะปลูกในฤดูแล้งของโครงการชลประทานเจ้าพระยาใหญ่ประมาณ  250,000  ไร่

นอกจากนี้ยังทำให้ราษฎรในเขตโครงการเขื่อนแควน้อยฯ มีน้ำใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค ประมาณถึงปีละ 47.3  ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งยังช่วยเสริมสร้างอาชีพจากผลผลิตปลาในอ่างเก็บน้ำ  เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำและสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในจังหวัดพิษณุโลกและบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย

นับเนื่องจากวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 โครงการเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะก่อเกื้อ ประโยชน์สุขให้กับราษฎรตลอดไป ..ด้วยพระบารมีโดยแท้