กรมชลฯสานต่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชประสงค์ของในหลวงจัดหาน้ำเพิ่มเติมให้สหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

กรมชลประทาน จัดประชุมสัมมนาปฐมนิเทศโครงการศึกษา สำรวจ ออกแบบ ปรับปรุงประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำบ้านป่าละอู อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หวังแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้ราษฎรชาวไทยและชาวไทยภูเขาในพื้นที่โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ป่าเด็ง-ป่าละอู (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ณ โรงแรมหัวหิน แกรนด์ แอนด์ พลาซ่า มีราษฎร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน

นาย ปานชัย บวรรัตนปราณ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยงานภาครัฐเข้าไปดูแลจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎรชาวไทยและชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ในเขตจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ในรูปแบบสหกรณ์ พร้อมให้ดูแลช่วยเหลือแนะนำวางแผนการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ให้กับสมาชิกของโครงการ แต่เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่โครงการประสบปัญหาความ แห้งแล้ง น้ำไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ แม้จะมีอ่างเก็บน้ำป่าละอู (อ่างฯป่าเลาเดิม) ที่เก็บน้ำได้ประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรอยู่ในพื้นที่แล้วก็ตาม

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อปี 2549 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้จัดให้มีการประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และมีมติให้กรมชลประทานดำเนินการศึกษาพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่สหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ เพื่อบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งให้กับราษฎรที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี

นาย ทรงชัย อิ่มพงษ์ หัวหน้ากลุ่มงานวางโครงการ 3 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า ในพื้นที่โครงการชลประทานโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอูเกษตรกรมีการเพาะปลูกผัก ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ มะนาว สับปะรด ที่สำคัญมีการส่งเสริมให้เลี้ยงโคนมเป็นจำนวนมาก กรมชลประทานจึงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วย บริษัทซิกม่า ไฮโดร คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทพรี ดีเวลลอปเมนท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัทเอเชีย แล็ป แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาสำรวจ ออกแบบ ปรับปรุงประสิทธิภาพการเก็บกัก อ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอู อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย การศึกษาความเหมาะสมโครงการ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และงานด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้เวลาศึกษารวม 540 วัน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของ 6 หมู่บ้านมีประชากรที่จะได้รับประโยชน์รวมกว่า 1,162 ครัวเรือน